วาดการ์ตูนง่ายๆ ตัวจิ๋วสไตล์จิบิใครๆ ก็วาดได้ วิธีวาดจิบิ ตัวการ์ตูนจิ๋วไซส์มินิ (ขนาด 2 ส่วนและ 1.5 ส่วน)วาดการ์ตูนง่ายๆ ตัวจิ๋วสไตล์จิบิ
การวาดจิบิกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก! บทความนี้จะมาแนะนำเทคนิคการเปลี่ยนตัวละครให้กลายเป็นตัวละครจิบิขนาด 2 ส่วน พร้อมเคล็ดลับการวาดขนาด 1.5 ส่วนอีกด้วย
สารบัญ
การวาดจิบิหรือมินิคาแรคเตอร์ให้น่ารัก ไม่ใช่แค่การย่อส่วนตัวละครให้ตัวเล็กลงเท่านั้น แต่ต้องปรับสมดุลของหัว ลำตัว ใบหน้า มือเท้า และรายละเอียดของชุดให้เข้ากับสไตล์ตัวละครแบบ SD
บทความนี้จะแนะนำวิธีวาดจิบิ มินิคาแรคเตอร์ 2 หัวและตัวละคร 1.5 หัวสไตล์ตุ๊กตา ตั้งแต่การร่างภาพ การตัดเส้น การลงสี ไปจนถึงการตกแต่งเป็นไอคอน สติกเกอร์ หรือภาพสำหรับสินค้าคาแรคเตอร์
มินิคาแรคเตอร์คืออะไร
มินิคาแรคเตอร์คือภาพวาดตัวละครที่มีสัดส่วนประมาณ 2 ส่วน ซึ่งมักจะเรียกกันอีกชื่อว่า “ตัวละครจิบิ” หรือ “ตัวละคร SD”
โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการนำตัวละครสัดส่วนปกติมาลดทอนรายละเอียดลง แล้ววาดให้ออกมามีหัวที่โตและมีรูปทรงโดยรวมที่ดูอวบอิ่มโค้งมน

จุดเด่นของตัวละครจิบิ
- ตัวเล็กหัวโต
- ดีเทลเรียบง่าย แต่แสดงสีหน้าอารมณ์ได้หลากหลาย
- รูปทรงกลมมนและดูนุ่มนิ่ม
มินิคาแรคเตอร์หรือตัวละครจิบิจะมีขนาดตัวที่เล็กกะทัดรัดในภาพรวม ให้ความรู้สึกน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนตุ๊กตา
เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับใครที่ต้องการปรับลุคตัวละครให้ดูน่ารักตะมุตะมิ ไม่ว่าจะเป็นการนำไปทำของขายอย่างสแตนดี้อะคริลิกหรือสติกเกอร์ ทำสติกเกอร์ LINE หรือวาดเป็นภาพสไตล์ตุ๊กตาก็เข้ากันสุดๆ
สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับตัวละครจิบิคือ ความสมดุล!
หัวใจสำคัญในการวาดจิบิคือเรื่องของสัดส่วนและความสมดุลในภาพรวม
คำว่าส่วน (อัตราส่วนหัวต่อตัว) คือการนับขนาดความยาวของศีรษะเป็น 1 ส่วน เพื่อดูว่าร่างกายทั้งหมดมีความยาวเท่ากับกี่ศีรษะต่อกัน
โดยทั่วไปตัวละครวัยรุ่นไปจนถึงผู้ใหญ่มักจะวาดอยู่ที่ 6 ถึง 8 ส่วน แต่สำหรับตัวละครจิบิแล้ว ไม่ว่าตัวละครจะมีอายุเท่าไหร่ ก็จะถูกย่อส่วนลงมาให้เหลือประมาณ 2 ส่วนเท่ากันทั้งหมด
ยกตัวอย่างเช่น หากเราต้องการวาดตัวละครหลายตัวจากเรื่องเดียวกันให้เป็นตัวละครจิบิขนาด 2 ส่วน ไม่ว่าจะเป็นตัวละครที่สูง 180 ซม. หรือสูง 150 ซม. ต่างก็ต้องถูกลดรายละเอียดให้ออกมาเป็นสัดส่วน 2 ส่วนเท่ากัน
ด้วยเหตุนี้ เมื่อเราเปลี่ยนตัวละครต่างๆ ให้เป็นตัวละครจิบิ จึงสามารถคุมภาพวาดให้ดูเป็นสไตล์เดียวกันได้อย่างกลมกลืน

นอกจากนี้ ในส่วนของใบหน้า มือเท้า และดีไซน์เสื้อผ้า ก็ไม่ใช่วาดตามแบบเดิมเป๊ะๆ เหมือนสัดส่วนปกติ แต่จะต้องลดรายละเอียดลง ให้เข้ากับสไตล์ของตัวละครจิบิด้วยเช่นกัน
เคล็ดลับในการวาดจิบิ
วางองค์ประกอบบนใบหน้าให้ต่ำลง
เมื่อเทียบกับขนาดหัวที่โตแล้ว ควรวาดองค์ประกอบบนใบหน้าให้ต่ำลงมา
การรวบองค์ประกอบใบหน้าให้อยู่บริเวณด้านล่างจะช่วยเพิ่มพื้นที่หน้าผากให้กว้างขึ้น ทำให้ตัวละครดูน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนเด็กทารกและช่วยให้จัดสมดุลความเป็นตัวละครจิบิได้ง่ายขึ้นด้วย
ส่วนคางไม่ควรวาดให้แหลม ให้ใช้เส้นโค้งที่ดูนุ่มนวลแทน หรือจะใช้เส้นวงกลมที่ลากไว้ตอนร่างมาเป็นโครงหน้าเลยก็ได้เช่นกัน

ตาโตเป็นประกายถือเป็นที่นิยม!
เนื่องจากตัวละครจิบิมีหัวที่โตมากเมื่อเทียบกับตัว เราจึงต้องวาดตาให้โตตามสัดส่วนไปด้วย
การดีไซน์แบบวาดตาให้เล็กก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ในช่วงแรกอาจจะจัดสมดุลยากหรือวาดออกมาแล้วดูไม่ค่อยลงตัวนัก
ต่อให้ตัวละครต้นฉบับจะมีดวงตาที่เล็กหรือเป็นคาแรคเตอร์สายเท่ที่มีตาเรียวรี แต่ถ้าเราปรับให้ตาโตขึ้นก็จะดูน่ารักขึ้น เปลี่ยนกลายเป็นลุคตัวละครจิบิที่ดูน่ารักขึ้นมาได้

ดีไซน์รูปทรงไฮไลต์ในดวงตาได้ตามใจชอบ
นอกจากทรงกลมหรือวงรีที่เป็นพื้นฐานแล้ว การเลือกใช้รูปทรงอย่างสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ดอกไม้ ดวงดาว หรือประกายวิบวับมาทำเป็นไฮไลต์ ก็จะช่วยให้ภาพดูป๊อปขึ้นมาได้
หรือต่อให้เป็นทรงกลมธรรมดา แค่ลองเปลี่ยนตำแหน่งไฮไลต์ก็จะให้ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ลองค้นหาตำแหน่งที่ชอบและเข้ากับสไตล์ของเราดู

เน้นรูปทรงกลมหรือสี่เหลี่ยมคางหมูในการวาดมือและเท้า
แทนที่จะวาดนิ้วมือให้เรียวยาว ลองเปลี่ยนมาวาดให้สั้นๆ อวบๆ เหมือนมือเด็กทารก หรือจะลดรายละเอียดปรับรูปร่างให้เป็นทรงกลมหรือทรงสี่เหลี่ยมคางหมูแทน ก็จะช่วยดึงจุดเด่นของตัวละครจิบิออกมาได้ชัดเจน
นอกจากนี้ หากเราอิงทรงสี่เหลี่ยมคางหมูแล้ววาดเน้นเหลี่ยมมุมของชิ้นส่วนต่างๆ ให้ดูเป็นสันคมขึ้นมาหน่อย ก็จะสามารถวาดตัวละครจิบิในสไตล์การ์ตูนได้เช่นกัน

ปรับดีไซน์เสื้อผ้าให้เข้ากับสไตล์!
หากตัวละครต้นฉบับมีเครื่องประดับหรือดีเทลที่ยิบย่อย ให้ลองเปลี่ยนรูปร่างของให้ดูเรียบง่ายขึ้นเมื่อวาด
ยกตัวอย่างเช่น รายละเอียดเล็กๆ อย่างเชือกผูกรองเท้าหรือลายดอกไม้ ให้ลดรายละเอียดลง ส่วนสิ่งของที่เป็นจุดเด่นชัดเจน เช่น หมวกหรือโบ ให้วาดขนาดใหญ่เพื่อให้ช่วยจัดสมดุลภาพได้ง่ายขึ้น ถ้าเราวาดเก็บทุกรายละเอียดมากเกินไป ภาพจะดูรกและอัดแน่น ดังนั้นการพิจารณาลดรายละเอียดอย่างลวดลายเล็กๆ น้อยๆ ออกไปตามความเหมาะสมของภาพจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

จุดเด่นของตัวละครจิบิในแต่ละสัดส่วน
การเลือกสัดส่วนและวิธีวาดจะเปลี่ยนไปตามสไตล์ของตัวละครจิบิที่เราอยากวาด
หากไม่ใช่กรณีที่มีการบรีฟหรือกำหนดสัดส่วนมาให้จากการจ้างงาน เราสามารถเลือกสัดส่วนของตัวละครจิบิตามความชอบหรือตามความถนัดของตัวเองได้เลย
การเรียนรู้วิธีจัดสมดุลสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับภาพในหัวของเรา จะเป็นทางลัดที่ช่วยให้เราวาดตัวละครจิบิออกมาได้สวยตรงตามจินตนาการที่เราคิดไว้

สัดส่วน 1.5 ส่วน
ส่วนหัวกับตัวจะมีอัตราส่วนอยู่ที่ 1 : 0.5 ซึ่งส่วนหัวจะใหญ่กว่าส่วนลำตัว
หากวาดลำตัวให้ดูเพรียวบางหน่อย ก็จะให้ความรู้สึกเหมือนตุ๊กตาถักหรือฟิกเกอร์มาสคอต แต่ถ้าใช้วิธีวาดตัวให้ดูอวบหนา กลมมน และนุ่มฟู ก็จะได้ตัวละครที่ดูคล้ายกับตุ๊กตานุ่มนิ่ม
และเนื่องจากเราแทบจะไม่สามารถลงดีเทลเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับได้ เราจึงต้องลดหรืออาจตัดรายละเอียดออกไปเลย

สัดส่วน 2 ส่วน
ขนาดของหัวกับขนาดของตัวจะมีอัตราส่วนอยู่ที่ 1 : 1 เท่ากันพอดี
หากวาดลำตัวโดยอิงจากรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูหรือรูปตัวอักษร “A” จะช่วยให้วาดตัวละครจิบิออกมาได้น่ารัก
สัดส่วนนี้เหมาะมากสำหรับงานที่ต้องการเน้นความตะมุตะมิ ดูเป็นก้อน เช่น ฟิกเกอร์ขนาดจิ๋ว หรือภาพสำหรับทำสแตนดี้อะคริลิก
ชิ้นส่วนที่ซับซ้อนของเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับจะไม่สามารถวาดเก็บรายละเอียดได้มากนัก เราจึงต้องลดหรืออาจตัดรายละเอียดออกไป
ในทางกลับกัน เราสามารถเลือกวาดสิ่งของที่เป็นจุดเด่นอย่างหมวกหรือโบว์ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อช่วยปรับสมดุลภาพให้ดูดีขึ้นได้

สัดส่วน 2.5 ส่วน
สำหรับสัดส่วนนี้ ลำตัวจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับหัว ทำให้ช่วงแขนและขามีความเรียวยาวขึ้น จึงทำให้เราสามารถวาดให้โพสท่าทางได้อย่างอิสระ
ด้วยความที่ยังคงความน่ารักในแบบตัวละครจิบิหัวโตเอาไว้ได้ แต่สามารถจัดท่าทางได้หลากหลายและง่ายกว่า สัดส่วนนี้จึงนิยมนำไปใช้ทำของสะสมหรือสินค้าลายการ์ตูนมากที่สุด

มาลองวาดตัวละครจิบิสัดส่วน 2 ส่วนกันเลย!
ต่อจากนี้เรามาดูขั้นตอนการวาดตัวละครจิบิของจริงกัน
โดยในครั้งนี้จะนำเสนอการวาดตัวละครจิบิสัดส่วน 2 ส่วนโดยอ้างอิงมาจากตัวละครต้นฉบับที่มีสัดส่วน 6 ส่วน
ในขั้นตอนการวาดครั้งนี้จะใช้โปรแกรม Clip Studio Paint เป็นหลัก
แต่ถ้าใช้โปรแกรมวาดรูปอื่นๆ ก็สามารถใช้วิธีและขั้นตอนแบบเดียวกันนี้ในการวาดตัวละครจิบิได้เช่นกัน

วิธีการวาดร่างแบบเต็มตัว
เริ่มจากวาดวงกลมเพื่อกำหนดตำแหน่งหัวแล้ววาดลำตัวให้เล็ก โดยให้เป็นรูปทรงตัวอักษร “A”
ครั้งนี้เพื่อให้ท่าทางของตัวละครดูมีมิติและโดดเด่น เราอาจลองบิดลำตัวและงอขาดู
ตัวละครจิบิจะดูสวยและน่าสนใจขึ้นมากถ้าใส่การเคลื่อนไหวลงไปเล็กน้อย ดังนั้นถ้าคิดท่าโพสไม่ออก แนะนำให้ลองงอแขนหรือขาดู

การใช้ฟังก์ชัน “สีเลเยอร์” เปลี่ยนเส้นร่างให้กลายเป็นสีฟ้าอ่อน จะช่วยให้ตัดเส้นได้ง่ายและชัดเจนขึ้น
ในขั้นตอนนี้ เราสามารถลดค่าความทึบลงเหลือ 50% ด้วย
ฟังก์ชัน “สีเลเยอร์” สามารถตั้งค่าได้ที่มุมขวาบนของพาเล็ต “เลเยอร์” หรือจะตั้งค่าผ่านพาเล็ต “คุณสมบัติของเลเยอร์” ก็ได้ โดยการตั้งค่าดั้งเดิมของโปรแกรมจะเซ็ตมาให้เป็นสีฟ้าอ่อนอยู่แล้ว แต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนเป็นสีอื่นได้ตามใจชอบเลย

สำหรับใครที่กำลังกังวลว่าวิธีวาดลำตัวจิบิมันยากจัง… หรือจัดท่าทางค่อนข้างยาก… แนะนำให้ลองใช้โมเดล 3D สำหรับตัวละครจิบิใน Clip Studio Assets มาเป็นแนวทางในการวาดดู
เนื่องจากเราสามารถจัดท่าทางที่ชอบและหมุนเปลี่ยนมุมกล้องได้อย่างอิสระ ต่อให้เป็นมือใหม่เพิ่งเริ่มวาด ก็สามารถวาดโครงสร้างตัวจิบิได้ง่ายๆ แค่วาดตามรอยเส้นของโมเดล 3D เท่านั้นเอง
POINT: ลองเช็กท่าโพสด้วยภาพเงา (Silhouette)
หากไม่มั่นใจว่าจัดท่าทางออกมาดูดีแล้วหรือยัง ให้ลองเปลี่ยนภาพเป็นสีดำทึบเพื่อเช็กเฉพาะภาพเงาดู
ถ้ามองแค่เงาแล้วยังดูออกชัดเจนว่าเป็นท่าอะไร ก็จะช่วยส่งต่อเอกลักษณ์ของตัวละครให้สื่อสารออกมาได้ดียิ่งขึ้น

■วิธีเปลี่ยนภาพให้เป็นภาพเงาแบบง่ายๆ
ขอแนะนำวิธีทำภาพเงาอย่างง่ายตั้งแต่ขั้นตอนร่างเส้น
เริ่มจากเลือกเครื่องมือ “เลือกอัตโนมัติ” จากพาเล็ต “เครื่องมือ” แล้วคลิกเลือกพื้นที่ว่างตรงส่วนพื้นหลังรอบๆ ตัวละคร
จากนั้นให้จิ้มเลือกพื้นที่ส่วนที่อยู่ภายนอกตัวละครทั้งหมดให้ครบ เช่น ช่องว่างระหว่างเส้นผม หรือช่องว่างระหว่างแขนขากับเส้นผม
ในขั้นตอนนี้ ถ้าเส้นร่างมีรอยรั่วจนทำให้ระบบเลือกกินพื้นที่เข้าไปในตัวละคร ให้ลองวาดเส้นปิดรอยรั่วนั้นก่อน เนื่องจากเป็นการทำภาพเงาขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเฉยๆ เส้นขอบรอบนอกจะขรุขระนิดหน่อยก็ไม่เป็นไร

จากแถบเครื่องมือ “บริเวณที่เลือก” ให้เลือกคำสั่ง “สลับพื้นที่ที่เลือก”
จากตอนแรกที่เราเลือกพื้นที่ด้านนอกตัวละครเอาไว้ พอใช้คำสั่งกลับพื้นที่เลือกนี้แล้ว ระบบก็จะเปลี่ยนมาเลือกเฉพาะบริเวณตัวละครให้เราโดยอัตโนมัติทันที

สร้าง “เลเยอร์ใหม่” ขึ้นมาไว้บนเลเยอร์เส้นร่าง จากนั้นตั้งค่าโหมดผสานเป็น “มัลทิไพล (Multiply)” แล้วเทสีเข้มๆ ลงไปให้เต็มพื้นที่

เท่านี้ก็ได้ภาพเงาจากเส้นร่างเรียบร้อยแล้ว
ถ้าช่วงไหนรู้สึกไม่มั่นใจเรื่องท่าโพสหรือมุมมองในการโชว์รูปทรงของชิ้นส่วนต่างๆ ก็ลองใช้เพื่อเช็กความเรียบร้อยดูนะ

วิธีการตัดเส้น
เมื่อได้เส้นร่างที่ลงตัวแล้ว ให้ใช้หัวแปรงที่มีขนาดหนาขึ้นมาในการวาดเส้นจริง
ครั้งนี้เราจะเลือกใช้บรัช “Lying pencil (寝そべり鉛筆)” ที่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีใน Clip Studio Assets บรัชนี้ให้สัมผัสการวาดที่นุ่มนวลและลื่นไหล สามารถใช้ได้ทั้งงานตัดเส้นและงานลงสีเลย
https://assets.clip-studio.com/th-th/detail?id=1692979

เวลาที่ต้องการวาดตัวละครจิบิให้ได้เส้นตัดที่ดูคลีนและสะอาดตาเหมือนกับภาพประกอบในครั้งนี้ แทนที่จะวาดแบบลากเส้นซ้ำๆ ขยุกขยิกเหมือนการสเก็ตช์ด้วยดินสอ ให้ลองเน้นไปที่การตวัดลากเส้นโค้งที่เรียบเนียนต่อเนื่องเป็นเส้นเดียวดู

แต่ถ้ารู้สึกว่าการลากเส้นให้สวยในครั้งเดียวมันยากเกินไป จะใช้ยางลบช่วยปาดเพื่อแต่งเส้นให้ดูเรียบคมขึ้นแทนก็ได้

ตัดเส้นโดยแยกเลเยอร์ตามชิ้นส่วนต่างๆ เช่น ใบหน้า เส้นผม เสื้อผ้า และเครื่องประดับ
การแยกเลเยอร์แบบนี้จะช่วยให้เรากลับมาแก้ไขหรือเปลี่ยนสีเส้นในภายหลังได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวในการแยกเลเยอร์ หากไม่มีข้อกำหนดพิเศษอะไร เราสามารถแบ่งเลเยอร์ตามความถนัดของตัวเองได้เลย
▽เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ในภาพตัวอย่างนี้จึงได้แยกสีแสดงผลของแต่ละเลเยอร์ไว้ต่างหากกัน

ตัดเส้นเสร็จเรียบร้อย

ขั้นตอนการลงสี
ให้เน้นคุมโทนการลงสีที่เรียบง่ายที่สุด โดยใช้เพียงแค่สีพื้น + การไล่โทนสี + เงา 1 ระดับ + ไฮไลต์เท่านั้นพอ

การลงสีพื้น
สร้างเลเยอร์ใหม่แยกตามส่วนต่างๆ แล้วใช้ “เครื่องมือเติมสี” หรือเครื่องมือที่คล้ายกันในการลงสีแยกแต่ละส่วนให้เรียบร้อย

การใช้เทคนิคไล่โทนสีกับชิ้นส่วนใหญ่ๆ อย่างผมหรือเสื้อผ้า จะช่วยเพิ่มความรู้สึกโปร่งแสงขึ้นมาได้
ครั้งนี้ หลังจากเราใช้ “เครื่องมือเติมสี” ลงสีพื้นแบบทึบไปแล้ว เราจะใช้ “แปรงพ่นสี” มาค่อยๆ ปัดสีเปลี่ยนเฉดแบบฟุ้งๆ เพิ่มเติม

การลงเงา
สร้างเลเยอร์ใหม่ไว้ด้านบนเลเยอร์สีพื้นของแต่ละชิ้นส่วน จากนั้นตั้งค่าโหมดผสานเป็น “มัลทิไพล (Multiply)” แล้วกดใช้ “คลิปกับเลเยอร์ด้านล่าง”

ให้ลงสีในจุดที่เกิดเงาขนาดใหญ่ เช่น เงาใต้หมวกหรือเงากระโปรง
การลงเงาด้วยสีที่คมชัดและตัดกันดี จะช่วยให้ภาพดูเคลียร์และมองออกได้ง่าย แม้ตอนที่นำภาพไปย่อขนาดเล็กเพื่อใช้ทำของขายหรือใช้เป็นภาพโปรไฟล์ก็ตาม

หลังจากเช็กความสมดุลโดยรวมแล้ว เราจะไม่ใส่รายละเอียดที่ซับซ้อนเพิ่ม แต่จะลงเฉพาะเงาแบบเรียบง่ายเท่านั้น

การลงไฮไลต์
ระบายไฮไลต์ด้วยสีที่อ่อนกว่าสีพื้นในจุดที่ยื่นหรือนูนออกมา เช่น บริเวณขอบเส้นผม หรือมุมหมวก
หากใช้หัวแปรงที่มีความทึบแสงสูงอย่าง “ปากกา G-pen” วาดปาดไฮไลต์ลงไป จะช่วยให้ภาพดูมีสไตล์แบบงานกราฟิกดีไซน์และดึงความเป็นจิบิได้เด่นชัดขึ้น

ลงสีเส้น
หลังจากลงสีเสร็จเรียบร้อยแล้ว ลองมาเทรซสีเส้นให้เข้ากัน
คำว่าเทรซสีในงานภาพวาด คือการเปลี่ยนสีของเส้นตัดเส้นให้เป็นโทนสีที่ใกล้เคียงกับสีที่เราลงไว้
การทำแบบนี้นอกจากจะช่วยให้ภาพดูกลมกลืนขึ้นแล้ว ยังทำให้ดูละมุนขึ้นด้วย จึงเหมาะกับการเพิ่มความน่ารักให้กับตัวละครจิบิ
แต่ถ้าใครมีโทนสีที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว จะเลือกสีเส้นที่ต้องการแล้วใช้วาดตัดเส้นตั้งแต่ขั้นตอนแรกเลยก็ไม่เป็นปัญหา

วิธีการเทรซสี
ก่อนอื่นให้กดเลือกเลเยอร์เส้นตัดเส้นที่เราต้องการปรับ
ใน Clip Studio Paint จะมีเลเยอร์อยู่ 2 แบบ คือ “เลเยอร์แรสเตอร์” และ “เลเยอร์เวกเตอร์” มาดูกันว่าแต่ละแบบมีวิธีเทรซสีอย่างไรบ้าง
◇เลเยอร์แรสเตอร์
คือเลเยอร์ทั่วไปที่ใช้วาด ลงสีพื้น ฟิลเตอร์เอฟเฟกต์ หรือใช้เครื่องมือ “ภาพเหลว” ได้
เพียงแค่คลิกเลือก “พิกเซลโปร่งใส” จากพาเล็ตเลเยอร์ จากนั้นเลือกสีที่ต้องการแล้วใช้เครื่องมือเติมสีหรือหัวแปรงระบายลงไป ก็จะสามารถเปลี่ยนสีเฉพาะส่วนที่มีเส้นวาดอยู่แล้วได้ทันที

◇เลเยอร์เวกเตอร์
เลเยอร์ประเภทนี้จะวาดและประมวลผลด้วยจุดควบคุมและเส้นพาธ ทำให้เราสามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงหรือความหนาของเส้นได้อย่างอิสระ การแก้ไขเส้นที่ทำได้ง่ายและยืดหยุ่นแบบนี้จึงเหมาะมากๆ กับการวาดเส้นผม
ทั้งนี้เลเยอร์ประเภทนี้จะไม่สามารถใช้เครื่องมือเติมสีเพื่อเปลี่ยนสีเส้นโดยตรงได้เหมือนกับเลเยอร์แรสเตอร์ เราจึงต้องใช้อีกวิธีหนึ่งในการทำสีเส้นตัดเส้นแทน ซึ่งวิธีนี้ก็สามารถเอาไปใช้กับเลเยอร์แรสเตอร์ได้เช่นกัน
สร้างเลเยอร์ใหม่ขึ้นมาด้านบนเลเยอร์เวกเตอร์ แล้วเลือก “คลิปกับเลเยอร์ด้านล่าง”
เนื่องจากเราสามารถวาดทับได้เฉพาะบริเวณที่มีการวาดอยู่ในเลเยอร์ด้านล่างเท่านั้น เพียงระบายสีบนเลเยอร์นี้ ก็จะเปลี่ยนสีของเส้นตัดได้อย่างง่ายดาย

เสร็จเรียบร้อย

ภาพตัวละครจิบิสัดส่วน 2 ส่วนเสร็จสมบูรณ์แล้ว!
เมื่อลองเทียบกับภาพต้นฉบับเดิมแล้ว จะเห็นได้เลยว่าแม้ตัวละครจะถูกลดรายละเอียดลงไปอย่างมาก ก็ยังสามารถคงเสน่ห์เฉพาะตัวของตัวละครจิบิไว้ได้

แถมตอนท้าย วิธีวาดจิบิสัดส่วน 1.5 ส่วนสไตล์ตุ๊กตา

ภาพวาดตัวละครจิบิสไตล์ตุ๊กตา รวมถึงตัวตุ๊กตาจริงๆ กำลังได้รับความนิยมอย่างมากบนโซเชียลมีเดีย
เมื่อเทียบกับตัวละครจิบิสัดส่วน 2 ส่วนที่เราวาดเสร็จไปแล้ว ต่อไปเราจะมาแนะนำเทคนิคและคีย์เวิร์ดสำคัญในการวาดคาแรคเตอร์สไตล์ตุ๊กตาขนาด 1.5 ส่วนกัน
สัดส่วนและความสมดุลสไตล์ตุ๊กตาขนาด 1.5 ส่วน
เมื่อเทียบกับสัดส่วน 2 ส่วนแล้ว ขนาด 1.5 ส่วนจะหดเล็กลงมาอีกเพียงแค่ 0.5 เท่านั้น แต่ถ้าสังเกตดูจะเห็นว่าทั้งรูปทรงภายนอกและน้ำหนักเส้นนั้นเปลี่ยนไปจนทำให้เกิดความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนเลย
อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าตุ๊กตาของจริงนั้นทำขึ้นจากผ้า นุ่น/ใยสังเคราะห์ และงานปักเย็บ ซึ่งเสน่ห์อันน่าดึงดูดใจก็คือร่างกายที่นุ่มฟูนั่นเอง
ดังนั้น เวลาเราจะวาดตัวละครจิบิแนวตุ๊กตา ให้ลองจินตนาการและอิงรูปทรงตามลักษณะของตุ๊กตาจริงๆ ดู

เน้นใบหน้าที่กลมมนและนุ่มนิ่ม
ในการวาดสไตล์ตุ๊กตา เราจะเน้นรูปทรงที่กลมมนเป็นพิเศษเพื่อให้สื่อถึงความนุ่มนิ่มของตัวละครได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ส่วนคางจะปรับให้เป็นเส้นโค้งที่ค่อนข้างลาดแบน แก้มจะเน้นรูปทรงที่อวบอิ่มเพื่อให้ดูนุ่มเด้งเหมือนแก้มเด็กทารก
สำหรับดวงตาและปาก จะวาดให้มีความหนาและกลมมน หลีกเลี่ยงจุดที่เรียวแหลมหรือบางจนเกินไป เพื่อให้ดูเหมือนงานปักเย็บของตุ๊กตาจริงๆ
การวาดรูปทรงให้ดูนุ่มนวลแบบนี้ จะช่วยดึงความน่ารักในแบบของตุ๊กตาออกมาได้อย่างเต็มที่

วาดผมให้นุ่มนวล
สำหรับสัดส่วน 2 ส่วน เราจะวาดให้เห็นช่องว่างหรือมีการกระจายปลายผมเพื่อให้ดูพริ้วไหวและนุ่มฟู แต่พอเป็นสไตล์ตุ๊กตา เราจะลดรายละเอียดลง โดยรวบปลายผมให้กลายเป็นชิ้นเดียวกัน
เนื่องจากเส้นผมของตุ๊กตาของจริงมักจะทำขึ้นจากผ้าสักหลาด หรือเป็นชิ้นส่วนผ้าที่ยัดนุ่นเข้าไปด้านในเหมือนกับส่วนอื่นๆ
เวลาเราวาดจิบิสไตล์ตุ๊กตา การรวมเส้นผมให้เป็นชิ้นเดียวกันแบบนี้ ก็จะช่วยสื่อถึงความรู้สึกของเส้นผมที่ดูนุ่มนิ่มจับต้องได้ขึ้นมา
นอกจากนี้ จุดสำคัญที่ช่วยเพิ่มความนุ่มนวลก็คือ การลดมุมแหลมต่างๆ ลงให้เหลือน้อย และหันมาเน้นใช้เส้นโค้งที่มนยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับสัดส่วน 2 ส่วน

เน้นสัดส่วนร่างกายที่กลมมนแบบตุ๊กตา
เนื่องจากร่างกายของตุ๊กตาส่วนใหญ่มักจะทำขึ้นโดยการเย็บผ้าให้เป็นทรงถุงแล้วยัดนุ่นเข้าไปด้านใน
ร่างกายกลมๆ แบบตุ๊กตาจึงเข้ากันได้ดีมากกับตัวละครจิบิสัดส่วน 1.5 ส่วนที่ไม่เน้นการวาดรายละเอียดร่างกายที่ซับซ้อน
โดยเราจะละรายละเอียดช่วงปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า หรือรูปทรงของรองเท้าออกไป แล้ววาดให้มีลักษณะเป็นทรงกระบอกมนๆ เพื่อดึงความรู้สึกแบบตุ๊กตาออกมา
ถึงแม้ว่าตัวละครต้นฉบับจะเป็นคนหุ่นเพรียวบางแค่ไหน แต่เมื่อวาดสไตล์นี้ ให้เราจินตนาการว่ามีนุ่นอัดแน่นอยู่ข้างใน แล้วปรับสัดส่วนให้ดูกลมมนแทน

ลดทอนรายละเอียดของไอเทมชิ้นเล็กให้เหลือน้อยที่สุด
แม้ในสัดส่วน 2 ส่วนเราจะลดทอนรายละเอียดของไอเทมชิ้นเล็กๆ ไปบ้างแล้ว แต่ในสัดส่วน 1.5 ส่วนนี้ เราจะยิ่งลดรายละเอียดเข้าไปอีก
การปรับส่วนห่วงของโบว์ที่หมวกให้กลายเป็นเพียงเส้นเดียว หรือการตัดเส้นตัดขอบตรงเชือกผูกรองเท้าและแถบสีชมพูบนรองเท้าออก แล้วใช้เพียงการลงสีละเลงเป็นรูปทรงเพื่อแสดงรายละเอียดแทน
การลดรายละเอียดให้เหลือเท่าที่จำเป็น จะช่วยคงเอกลักษณ์ของแต่ละส่วนเอาไว้ พร้อมทำให้ดีไซน์ดูเรียบง่ายและเข้ากับสไตล์ตุ๊กตาผ้าได้มากยิ่งขึ้น


ลงสีให้เรียบง่ายเข้าไว้
เนื่องจากตัวละครจิบิสไตล์ตุ๊กตาสัดส่วน 1.5 ส่วนจะเน้นความนุ่มนวลและลดรายละเอียดของชิ้นส่วนต่างๆ ลงไปมาก ดังนั้นการลงสีให้เรียบง่ายที่สุดจึงช่วยให้ภาพดูสมดุลขึ้น
ในขณะที่สัดส่วน 2 ส่วนมีการลงเงา แต่สำหรับสัดส่วน 1.5 ส่วนสไตล์ตุ๊กตานี้ เราจะเลือกไม่ลงเงาเลยแล้วจบงานทันที แน่นอนว่าไม่ได้มีข้อห้ามไม่ให้ลงเงาแต่อย่างใด หากใครอยากลองลงเงาในแบบที่ตัวเองชอบก็สามารถทดลองทำได้เต็มที่เลย

มาแต่งเติมไอเดียเพิ่มความน่ารักกัน ♡
ลองเอาภาพวาดตัวละครจิบิที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว มาเติมไอเดียเก๋ๆ เพิ่มเติมกัน
สไตล์สติกเกอร์ & สไตล์สแตนดี้อะคริลิก
เพียงแค่ใส่ขอบสีขาวหนาๆ ล้อมรอบตัวละคร ก็จะช่วยทำให้ภาพวาดดูเหมือนสติกเกอร์หรือสแตนดี้อะคริลิกได้ง่ายๆ แล้ว

การใส่เส้นขอบใน Clip Studio Paint ทำได้ง่ายนิดเดียว! ลองดูขั้นตอนวิธีทำจากวิดีโอนี้ได้เลย
(Super Easy❣️) How to Create Sticker Outlines! | | Clip Studio Paint
https://www.youtube.com/shorts/DHpE5lgWQqE
ใส่ลวดลายให้พื้นหลัง
เพียงแค่ใส่ลวดลายต่างๆ ลงไปบนพื้นหลัง ก็จะช่วยอัปเลเวลให้ภาพดูสวยขึ้นมาได้ทันที!
อย่างภาพนี้ เราลงสีพื้นหลังด้วยสีเขียวอ่อน จากนั้นนำวัสดุรูปภาพที่เป็นลายเส้นสีดำมาวางซ้อนทับลงไป แล้วเปลี่ยนโหมดผสานเป็น “การแบ่ง”
การนำรูปภาพที่เป็นสีดำมาตั้งค่าเป็น “การแบ่ง” จะช่วยเปลี่ยนให้เส้นสีดำกลายเป็นเส้นสีขาวได้

วัสดุที่ใช้: https://assets.clip-studio.com/th-th/detail?id=2184449
สไตล์การ์ดตกแต่ง
การนำไอเทมชิ้นเล็กๆ อย่างโบว์หรือหัวใจมาตกแต่งรอบๆ ตัวละครจิบิ จะช่วยให้ได้ภาพวาดที่ดูเหมือนเคสใส่การ์ดตกแต่งเลย
เนื่องจากเส้นตัดของตัวละครจิบิจะมีความหนาอยู่แล้ว ทำให้กลมกลืนกับลายเส้นและน่ารักมากขึ้นอีกด้วย

วัสดุที่ใช้:
https://assets.clip-studio.com/th-th/detail?id=2148157
https://assets.clip-studio.com/th-th/detail?id=2122238
ใน Clip Studio Assets มีทั้งวัสดุแปรงและวัสดุรูปภาพน่ารักๆ ที่สามารถนำมาใช้ทำพื้นหลังได้เยอะแยะมากมาย ลองดาวน์โหลดมาใช้วาดรูปกันดูนะ!
บทสรุป
เป็นอย่างไรกันบ้างกับวิธีวาดจิบิและมินิคาแรคเตอร์
ขอเพียงแค่เข้าใจหลักการลดรายเอียดในแต่ละแบบ ก็จะสามารถเนรมิตตัวละครต่างๆ ให้ออกมาเป็นเวอร์ชันตัวจิ๋วได้แล้ว
วิธีนี้ทั้งวาดง่ายและช่วยสร้างสรรค์ผลงานน่ารักๆ ออกมาได้อย่างรวดเร็ว ลองนำเทคนิคเหล่านี้ไปสนุกกับการวาดจิบิและมินิคาแรคเตอร์ในสไตล์ต่างๆ กันดูนะ♪








