เคล็ดลับการตัดเส้น สำหรับลายเส้นอนิเมะ

เคล็ดลับการตัดเส้น สำหรับลายเส้นอนิเมะ

มาเรียนรู้เทคนิคการวาดลายเส้นอนิเมะไปกับ Eridey! เจาะลึกเทคนิคการตัดเส้น การวาดตาและผม ไปจนถึงทริคการใช้ฟังก์ชันช่วยวาดลายเส้นอนิเมะใน Clip Studio Paint

 

การตัดเส้นคือหัวใจสำคัญของการวาดภาพ แต่บางครั้งมันก็น่าหงุดหงิด โดยเฉพาะตอนที่รู้สึกว่า ทำไมภาพร่างดูสวยกว่าเส้นที่ตัดจริงซะอีก แต่จริงๆ แล้ว ลายเส้นก็สามารถมีเอกลักษณ์โดดเด่นได้ไม่แพ้ตัวละครเลย ดังนั้น การตัดเส้นเพื่อเน้นส่วนสำคัญของภาพ นำสายตาคนดู รวมถึงสร้างความรู้สึกพลิ้วไหวให้งานดูไม่แข็งทื่อถือเป็นเทคนิคที่มีประโยชน์มากๆ ลองดูเคล็ดลับลายเส้นอนิเมะที่จะช่วยให้ตัวละครมีเสน่ห์มากขึ้นกัน มาเริ่มกันเลย!

 

การตัดเส้นช่วยทำให้ตัวละครสไตล์อนิเมะมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้

 

ควรใช้แปรงอะไร?

แน่นอนว่าแปรงดิจิทัลเนี่ยมีเป็นล้านแบบเลย แถมแต่ละอันก็ทำหน้าที่ต่างกันไปอีก จึงไม่มีคำตอบที่ตายตัว เราอาจจะพูดว่า “ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะวาดอะไร” แต่นั่นก็ดูเป็นคำตอบที่กำกวมไปหน่อย จริงไหม? แต่โชคดีที่แปรงส่วนใหญ่จะมีการตั้งค่าที่คล้ายๆ กันอยู่ เพราะงั้นเรามาลองดูแปรงพื้นฐานใน Clip Studio Paint อย่าง Darker Pencil กับปากกา G-Pen กันดีกว่า

 

*ขนาดแปรง: ความหนาของเส้นจะเปลี่ยนไปตามขนาดแปรงที่เราตั้งไว้ รวมถึงน้ำหนักมือที่เรากดลงบนเมาส์ปากกา (A) ขนาดใหญ่ที่สุด (B) ความหนาเมื่อใช้แรงกดน้อยที่สุด

 

ปรับความหนาเส้นง่ายๆ โดยตั้งค่าขนาดหัวแปรงสูงสุดและต่ำสุด

 

*ความกระด้าง / ลบรอยหยัก: ช่วยปรับขอบเส้นให้ดูนุ่มนวลขึ้น ลองดูความต่างของเส้นทั้งสองแบบ (A) ความกระด้าง / (B) ลบรอยหยัก

 

ลองปรับค่าความกระด้างและลบรอยหยักของหัวแปรงดู เพื่อให้ได้ลายเส้นในแบบที่ต้องการ

 

*ความหนาแน่น / ความทึบ: การลดค่าเหล่านี้จะทำให้เส้นมีความโปร่งใสมากขึ้น ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มค่าความหนาแน่นของเส้นไปจนถึงระดับ 100%

 

ปรับค่าความหนาแน่นหรือความทึบลง เพื่อให้เส้นดูโปร่งใสขึ้น

 

*ทำให้เสถียร: นี่แหละคือตัวช่วยชีวิตเลย! สิ่งนี้จะช่วยปรับเส้นและลดเส้นสั่น เหมาะสุดๆ สำหรับตอนที่อยากวาดเส้นยาวๆ ให้ดูพริ้วสวยแบบไม่มีสะดุด แค่ลองปรับเพิ่มหรือลดค่าตามความถนัดได้เลย

(A) ทำให้เสถียร 0 กับ (B) ทำให้เสถียร 10

 

ฟีเจอร์ทำให้เสถียรเป็นตัวช่วยที่ดีมากเวลาที่อยากวาดเส้นให้ดูพริ้วสวย ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพประกอบทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขั้นตอนการตัดเส้น

 

อยากให้งานสื่อความหมายหรือความรู้สึกแบบไหน?

บางทีเราอาจจะอยากให้ภาพวาดดูดุดันเพื่อแสดงถึงความเร็ว พลัง และความแข็งแกร่ง…

 

ภาพวาดที่ใช้เส้นขอบแข็งและมีมุมเหลี่ยมเยอะๆ จะช่วยสร้างอิมแพ็คที่รุนแรง

 

หรือบางทีอาจจะอยากให้งานดูสงบ อ่อนโยน สะอาดตา และมีความพลิ้วไหว…

 

ภาพวาดที่ใช้เส้นที่มีความนุ่มนวลและพริ้วไหว จะช่วยให้ความรู้สึกที่อ่อนโยนและดูเงียบสงบมากกว่า

 

หรือจะลองทำให้เส้นดูไม่ชัดเจน ดูวุ่นวาย หรือตั้งใจปล่อยให้ดูเลอะๆ แบบมีเท็กซ์เจอร์!

 

การใช้เส้นที่มีเท็กซ์เจอร์เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมมากในการช่วยเพิ่มมิติให้กับภาพวาดและงานตัดเส้น

 

ลายเส้นเนี่ยสามารถสื่อสารได้ถึงทุกสภาพผิวหรือทุกรูปทรงเลย แค่เราต้องรู้จักปรับเปลี่ยนความหนา ทิศทาง และลักษณะของเส้น ยกตัวอย่างเช่น ถ้าอยากให้รูปวงกลมนี้ดูเหมือนฟองสบู่ เส้นที่บางและไม่สมบูรณ์แบบ (ซึ่งเป็นลักษณะของฟองสบู่) คือสิ่งที่เราต้องการ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าฟองสบู่เป็นสิ่งที่บอบบาง สั่นไหว โปร่งแสง และพร้อมที่จะ… ปั้ง! แตกโพละได้ทุกเมื่อ!

 

ลายเส้นของฟองสบู่ที่บางและไม่สมบูรณ์ พร้อมแตกได้ทุกเมื่อ

 

แต่ถ้าทำตรงกันข้าม อาจจะได้ลูกโบว์ลิ่งมาแทน ลองสังเกตดูว่า การเน้นเส้นที่ฐานด้านล่างให้หนาขึ้นจะจำลองเงา และช่วยให้วัตถุดูมีน้ำหนักมากขึ้น

 

การตัดเส้นลูกโบว์ลิ่งด้วยเส้นขอบที่หนากว่าจะทำให้วัตถุดูแน่น

 

เส้นสามารถบอกได้ว่าของชิ้นนั้นผ่านการใช้งานมาแล้ว (A) หรือยังใหม่กริบอยู่ (B) เพราะงั้นสิ่งสำคัญคือต้องรู้ว่ากำลังวาดอะไรเพื่อให้แสดงอารมณ์ออกมาตามนั้น

 

แค่เปลี่ยนสไตล์การตัดเส้น ฟีลลิ่งก็เปลี่ยนไปได้ทันที ลองออกมาสนุกกับการทดลองวาดเส้นหลายๆ แบบกัน!

 

กลีบดอกไม้จะมีความอ่อนช้อยและเบา (A) ส่วนก้อนหินก็จะดูขรุขระและหนักแน่น (B) และยังมีวัตถุอีกนับไม่ถ้วนเลยครับที่สามารถใช้เทคนิคแบบนี้ได้

 

อีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้เส้นสื่ออารมณ์ระหว่างกลีบดอกไม้กับก้อนหิน ลองปรับวิธีการวาดเส้นดู

 

การจัดแสงและเงา:

การเน้นเส้นให้หนาในบางจุดของภาพวาด จะช่วยสร้างความรู้สึกว่าแสงส่องไปไม่ถึงบริเวณนั้น (A)

นอกจากนี้ ลองปรับความหนาของเส้นแค่ฝั่งเดียวของตัวละคร เพื่อเป็นบอกถึงตำแหน่งของเงา (B)

ส่วนบริเวณที่โดนแสง เราจะใช้เส้นที่บางหรือปล่อยให้เป็นช่องว่าง จำไว้ว่ายิ่งเส้นบางเท่าไหร่ แสงก็จะยิ่งดูสว่างจ้ามากขึ้นเท่านั้น (C)

แสดงแสงและเงาได้ง่ายๆ แค่ลองปรับความหนาของเส้นและน้ำหนักมือในงานตัดเส้นดู

มุมมองและการเน้นจุดสนใจ:

เราสามารถใช้การจัดองค์ประกอบมาช่วยเน้นวัตถุให้โดดเด่นขึ้นได้ ถ้าเราตัดเส้นให้ดูชัดเจนหรือหนากว่าส่วนอื่น ก็จะสามารถชี้นำสายตาคนดูไปยังจุดที่เราต้องการได้ทันที (A) ส่วนการใช้เส้นขอบที่เข้มและชัดเจนจะช่วยสร้างความรู้สึกว่าวัตถุนั้นอยู่ใกล้ (B)

 

ในทางกลับกัน การใช้เส้นที่ฟุ้งหรือบางลงสำหรับวัตถุประกอบฉาก จะเป็นการบอกคนดูว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่พระเอกของภาพ (A) หรือใช้เพื่อสื่อว่าสิ่งนั้นอยู่ไกลออกไปนั่นเอง (B)

 

การเลือกใช้เส้นที่หลากหลายยังช่วยเน้นจุดโฟกัสของภาพให้โดดเด่นขึ้น หรือจะใช้สร้างระยะใกล้-ไกลได้

 

มองลองฝึกลายเส้นอนิเมะกันเลย!

ภาพร่างตัวละครสไตล์อนิเมะขั้นต้นสำหรับนำไปลงลายเส้นดิจิทัล

 

เราจะค่อยๆ อธิบายไปทีละขั้นตอนว่าภาพลายเส้นอนิเมะนี้วาดออกมายังไง และใช้เครื่องมืออะไรใน Clip Studio Paint มาช่วยแก้ปัญหาในแต่ละจุดบ้าง

 

ในหัวของเรานั้น ภาพนี้ต้องดูเต็มไปด้วยพลัง และอาจจะดูมีความขบถหน่อยๆ เพราะเธอดูทรงเหมือนเด็กแก๊งเลยใช่มั้ย? งั้นเรามาวาดเส้นให้มีลักษณะเดียวกัน

เริ่มจากลดค่าความทึบของภาพร่างลง แล้วสร้างเลเยอร์ใหม่ ปกติเรามักจะเริ่มที่ใบหน้าก่อน แต่รอบนี้ภาพร่างไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ เลยต้องพยายามหาเส้นที่ใช่ให้เจอ ถ้าเริ่มวาดกรามแล้วรู้สึกว่ายาก เราก็จะไปเริ่มที่จมูกก่อน ปกติถ้าแก้จุดหนึ่งได้ จุดต่อไปก็จะง่ายขึ้นเอง การวาดรูปไม่มีลำดับขั้นตอนที่ตายตัวหรอกนะ!

 

เราเน้นเส้นขอบจมูกด้วยน้ำหนักเส้นที่หนาบางต่างกัน เพื่อให้ดูมีมิติและมีเงาในตัว จากนั้นค่อยขยับไปวาดส่วนกรามต่อ

 

เราเน้นเส้นด้วยความหนาบางที่ต่างกัน เพื่อสร้างมิติและรูปทรงให้กับส่วนประกอบต่างๆ บนใบหน้า

 

ดวงตา

เราอยากให้สายตาของเธอมีน้ำหนักมากขึ้น เพื่อให้ดวงตาดูเข้มแข็งและโดดเด่นขึ้น วิธีการคือต้องทำขนตาให้หนาและดูเข้มเข้าไว้ แต่ถ้าจะลากเส้นขนตาทั้งหมดด้วยการตวัดปากกาทีละเส้นก็อาจจะออกมาไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ดังนั้นเพื่อช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น: ให้เราวาดแค่วาดโครงของขนตาก่อน แล้วค่อยใช้เครื่องมือเติมสี (ที่เหมือนถังสี) เทสีลงไปให้เต็ม

 

วาดโครงของขนตาแล้วจึงเติมสีเข้าไปด้วยเครื่องมือเติมสี

 

บางครั้งเครื่องมือนี้ก็ทิ้งพิกเซลว่างไว้ตามขอบ ซึ่งดูไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ เพื่อแก้ปัญหานี้ เราสามารถเข้าไปปรับค่าตรง “ปรับสเกลบริเวณ” ให้เพิ่มขึ้นจาก 0 ไปอีกสัก 2-3 จุด วิธีนี้จะช่วยให้เครื่องมือถังสีขยายออกไปครอบคลุมส่วนที่เป็นเส้นขอบ และช่วยลดพิกเซลว่างตอนเราถมสีได้

 

ปรับสเกลบริเวณเพื่อลดพิกเซลว่างตอนที่ใช้เครื่องมือถังสีเทสี

 

เราเพิ่งสังเกตเห็นว่าตาข้างหนึ่งมันใหญ่กว่าอีกข้าง แต่จังหวะเส้นที่เราตัดไว้ออกมาดูดีแล้ว เพราะงั้นแทนที่จะลบแล้ววาดใหม่ เรามาประหยัดเวลาด้วยวิธีนี้กันดีกว่า!

 

*เครื่องมือปรับเปลี่ยนรูปทรง: เราเลือกใช้บ่วงแล้วล้อมรอบบริเวณตาที่ต้องการปรับเปลี่ยน จากนั้นก็กด Ctrl + T แล้วกดปุ่ม Ctrl ค้างไว้ พร้อมกับลากปรับมุมของกล่องเพื่อดัดรูปทรงให้ได้ตามที่เราต้องการ สุดท้าย เราก็แค่กดโอเคเพื่อยืนยันการแก้ไขทั้งหมดที่เราทำมา

 

สกรีนช็อตของเครื่องมือบ่วงใน Clip Studio Paint

เลือกส่วนของภาพที่เราต้องการจะปรับ แล้วใช้เครื่องมือปรับเปลี่ยนรูปทรงตามชอบ

 

ภาพก่อนและหลังใช้เครื่องมือบ่วงและปรับเปลี่ยนรูปทรง

 

นับเป็นวิธีที่ดีมากที่เราจะเช็กงานจากมุมมองอื่นเพื่อหาจุดที่วาดผิดเจอได้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งการพลิกเฟรมผ้าใบแนวนอนระหว่างทำงานนั้นช่วยเราได้เยอะจริงๆ :

 

 

*ลูกตาดำ: เส้นโค้งของลูกตาดำนั้นวาดให้สวยยากจริงๆ เอาตรงๆ คือเราไม่เคยตัดเส้นส่วนนี้ให้เป๊ะได้ตั้งแต่รอบแรกเลย เพื่อให้งานง่ายขึ้น เราก็เลยปรับระดับทำให้เสถียรที่เคยพูดถึงก่อนหน้านี้ จนกว่าจะได้เส้นโค้งที่ชอบ อย่าฝืนวาดแบบทรมานโดยไม่ใช้ตัวช่วยทำให้เสถียรเชียวนะ!

 

ใช้ทำให้เสถียรเพื่อวาดโครงและตัดเส้นสำหรับภาพวาด

 

ตรงนี้เราวาดส่วนคิ้ว ปาก และรูม่านตาเสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะ ทีนี้ก็ได้เวลาไปเติมพวกรายละเอียดเพิ่มเติมฉบับลายเส้นอนิเมะแล้ว

 

การตัดเส้นหน้าด้วยลายเส้นอนิเมะก็เป็นอันเสร็จ

 

ทรงผม

ในเลเยอร์ใหม่ เราจะเริ่มกำหนดเส้นขอบของผมทั้งศีรษะ โดยเริ่มไล่มาจากช่วงหน้าผาก จะวาดจากโคนไปปลายผม จากบนลงล่าง หรือจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง เอาตามที่เราต้องการเลย! สิ่งที่สำคัญที่สุดคือทิศทางลายเส้นอนิเมะของเราต้องพลิ้วไปตามการเคลื่อนไหวของเส้นผมนะ

 

ตรวจสอบให้ดีว่าเส้นพลิ้วไปตามทิศทางการเคลื่อนไหวของเส้นผม

เราใช้ทริคเติมสีแบบเดิมกับที่ทำก่อนหน้านี้เลย แต่ต้องจำไว้นะว่าตอนนี้กำลังทำงานแยกเลเยอร์กันอยู่ ถ้าลองซ่อนเลเยอร์ใบหน้าดู จะเห็นเลยว่าเส้นผมที่วาดไว้ไม่ได้ปิดสนิท ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นสีก็จะทะลักออกมาจนเต็มเฟรมผ้าใบเลย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหานี้ ให้เราเลือกคลิกที่คำสั่ง “อ้างอิงเลเยอร์อื่น” แล้วโปรแกรมจะคำนวณเส้นจากเลเยอร์อื่นๆ มาช่วยปิดช่องว่างให้เอง

 

เลือกใช้โหมดอ้างอิงเลเยอร์อื่นในเครื่องมือเติมสี เพื่อให้โปรแกรมคำนวณเส้นจากเลเยอร์อื่นๆ ใน Clip Studio Paint

 

พอจัดการส่วนนี้เสร็จแล้ว เราก็ใช้หัวแปรงระบายเก็บพิกเซลว่างที่หลงเหลืออยู่ หรือจะใช้ยางลบช่วยเก็บรายละเอียดส่วนที่เกินมาให้ดูเนี้ยบขึ้นก็ได้

*รายละเอียด: นี่คือพาร์ทที่เราชอบที่สุดเวลาวาดผมเลย! เราจะเพิ่มพวกปอยผมเล็กๆ เข้าไปเพื่อให้ทรงผมดูเป็นธรรมชาติ

 

เพิ่มปอยผมเพื่อใส่รายละเอียดในภาพวาด

 

เห็นว่าลายเส้นอนิเมะเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาแล้วใช่ไหม? แต่ก็ยังขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ “แสง” นั่นเอง ซึ่งเรามีอีกทริคที่ชอบใช้มาฝาก คือเครื่องมือเกือบทั้งหมดใน Clip Studio Paint เนี่ย สามารถทำหน้าที่เป็น “ดราฟท์” ได้ด้วยนะ

 

ช่องสี่เหลี่ยม (A): ตรงนี้จะเปลี่ยนหัวแปรงของเราให้กลายเป็นแบบ “โปร่งใส” แสงจะช่วยเน้นช่อผมบางส่วนให้เด่นขึ้นมา และทำให้ภาพดูมีมิติ สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้ให้แม่นเลยคือ รูปทรงโค้งของศีรษะ รวมถึงทิศทางและการเคลื่อนไหวของเส้นผม เพราะนี่คือคีย์หลักที่จะช่วยไม่ให้ตัวละครของเราดูแบนราบ

(B): นี่คือจังหวะการลากลายเส้นอนิเมะที่เรามักจะใช้เวลาวาดไฮไลต์บนเส้นผมนั่นเอง

 

เติมไฮไลต์ให้เส้นผม เพื่อสร้างมิติและพื้นผิวให้กับตัวละครอนิเมะของ

 

เสื้อผ้า

โดยทั่วไปแล้ว การลากเส้นยาวๆ ต่อกันในจังหวะเดียวมักจะให้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีเท่าไหร่ เพราะมือของเรามีระยะจำกัดในการวาดเส้นให้ลื่นไหล ซึ่งปัญหานี้จะเห็นได้ชัดมากเวลาเราทำงานสายดิจิทัลอาร์ต

 

*แผงหน้าจอ: เวลาวาดรูป เราเองก็มักจะเผลอวาดเส้นเดิมซ้ำไปซ้ำมานับครั้งไม่ถ้วนเหมือนกัน เลยต้องอาศัยการซูมเข้าซูมออกและหมุนเฟรมผ้าใบเพื่อให้วาดได้ถนัดมือที่สุด ถ้าเป็นเส้นที่กินพื้นที่กว้างๆ เราจะซูมออก แต่ถ้าเป็นเส้นสั้นๆ หรือจุดที่ต้องการความละเอียดแม่นยำสูง เราจะซูมเข้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และที่สำคัญคือเราต้องหมุนเฟรมผ้าใบอยู่ตลอด เพื่อช่วยให้ข้อมือของเราขยับได้อิสระขึ้น และได้เส้นที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

พยายามซูมและหมุนเฟรมผ้าใบตลอดเพื่อให้วาดได้สะดวกขึ้น

 

ในการวาดรูป มันจะมีจุดพักเกิดขึ้นเสมอ ซึ่งจุดพวกนี้จะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเมื่อเส้นหนึ่งจบลงและอีกเส้นเริ่มขึ้น (A) นี่คือตัวอย่างการลากเส้นยาวรวดเดียวต่อเนื่องกัน (B) ส่วนตรงนี้คือจุดที่เราหยุดพักหนึ่งครั้ง แล้วค่อยเริ่มลากเส้นต่อในจุดที่เป็นจุดพักตามธรรมชาติ ความแตกต่างระหว่างสองแบบนี้อาจจะดูเล็กน้อยนะ แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือเส้นแบบ (B) จะดูดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ

 

วาดเส้นต่อเนื่อง vs วาดเส้นแบบมีจุดพัก แบบหลังเห็นได้ชัดกว่าเส้นออกมาสวยกว่า

 

ถ้าเราจำเป็นต้องหยุดกลางคันตอนกำลังลากเส้นยาวๆ การสะบัดปลายเส้นให้เรียวบางจะช่วยให้เราเชื่อมต่อเส้นใหม่เข้าด้วยกันได้เนียนกว่าเดิม

ตั้งค่าให้น้ำหนักเส้นให้ค่อยๆ เรียวบางลงตรงส่วนปลาย เพื่อเชื่อมต่อเส้นที่แยกกันให้ทำได้ง่ายขึ้นเวลาที่เราต้องวาดเส้นยาวๆ

*รอยยับ: รอยพวกนี้จะพุ่งไปคนละทิศละทาง บางจุดก็เห็นชัดหรือดูยับย่นมากกว่าจุดอื่น ซึ่งส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับชนิดของเนื้อผ้า ในเคสนี้เราอยากแสดงให้เห็นว่าเนื้อผ้ามีความหนา เราเลยเลือกวาดรอยยับให้ดูหนาและชัดเจนขึ้นเป็นพิเศษ ถ้าเกิดเราไม่แน่ใจว่าผ้าแต่ละชนิดควรวาดออกมายังไง เราสามารถหาภาพอ้างอิงจากอินเทอร์เน็ตมาดูได้ อย่าฝืนวาดไปแบบเดาสุ่มล่ะ การใช้ภาพอ้างอิงเนี่ยถือเป็นนิสัยที่ดีมากของนักวาดเลยนะ!

 

ตัวอย่างของภาพวาดที่ผ้าพับและย่น

 

มือ

ที่ผ่านมาตัวภาพร่างถือเป็นไกด์ที่ดีในการทำงานมาตลอด แต่ในบางจุดก็ใช้ไม่ได้ผลเหมือนกัน อย่างเช่น เรายังไม่ค่อยโอเคกับมือข้างนี้เลย คือเราพยายามวาดให้มันดูดีแล้วนะ แต่… ไม่ มันยังไม่ดีพอจริงๆ

 

การวาดส่วนที่ยากๆ ใหม่อย่างมือ คือทางเลือกที่ดีที่สุดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์การตัดเส้นที่เพอร์เฟกต์สำหรับภาพอนิเมะของเรา

 

เราก็เลยจัดการวาดสเก็ตช์ใหม่ขึ้นเลย แถมถือโอกาสนี้ปรับทั้งตำแหน่งและขนาดให้มันดูเข้าที่เข้าทางมากขึ้นด้วย ตอนนี้เราเริ่มชอบรูปทรงของมือมากขึ้นแล้ว แถมยังไอเดียเพิ่มทาเล็บสีดำเพิ่มเข้าไปด้วย

 

ลายเส้นใหม่ของมือหลังจากร่างภาพใหม่อีกรอบ

 

แต่ตอนนี้มีปัญหาใหม่ขึ้นมา:

 

ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ตอนที่เรากำลังวาดโดยแยกหลายเลเยอร์ ให้ลองใช้แมสค์เลเยอร์ดู วิธีนี้จะทำให้เราไม่ต้องลบส่วนที่วาดไปแล้วทิ้งจริงๆ

 

*แมสค์เลเยอร์: วิธีนี้ช่วยให้เราซ่อนเส้นผมส่วนที่ไปทับมือได้แบบง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องลบเส้นผมทิ้งจริงๆ เลย:
(1) คลิกเครื่องมือเลือกอัตโนมัติ > (2) คลิกเข้าไปในพื้นที่ของมือ จะเห็นเส้นประรอบๆ มือ > (3) สลับพื้นที่เลือก> (4) เลือกเลเยอร์ผม แล้วสร้างแมสค์เลเยอร์

 

เพื่อที่จะใช้แมสค์เลเยอร์ ขั้นตอนแรกคือการเลือกเครื่องมือเลือกอัตโนมัติแล้วคลิกเข้าไปในพื้นที่ว่างภายในเส้นขอบของมือ

หลังจากนั้นให้สลับพื้นที่การเลือก แล้วกดสร้างแมสค์เลเยอร์ที่เลเยอร์ผมได้เลย

เพื่อให้มือดูเด่นขึ้นมา เราแอบเหลือขอบสีขาวเล็กๆ ไว้รอบมือ

 

การเหลือขอบขาวเล็กๆ ไว้รอบมือเป็นวิธีที่ช่วยแก้ปัญหาภาพกลืนกันได้ดีสุดๆ

 

เรามาเก็บงานตัดเส้นในส่วนที่เหลือให้จบกัน ทั้งการเติมรายละเอียดเล็กน้อยบนเสื้อเบลาส์ รวมถึงวาดแขนและมืออีกข้าง (ซึ่งเราก็ได้จัดการร่างภาพใหม่และเปลี่ยนท่าทางไปแล้ว)

 

ในที่สุดลายเส้นส่วนแขน เสื้อผ้า และมือก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่อย่าลืมคอยสลับความหนา-บางของเส้นด้วย

ลายเส้นสำหรับมืออีกข้างหลังจากร่างภาพอีกที

 

เสร็จสมบูรณ์!

สำหรับขั้นตอนสุดท้าย เราเลือกที่จะสะบัดชายผ้าพันคอขึ้นอีกนิดเพื่อให้องค์ประกอบของภาพดูมีความเคลื่อนไหวและสนุกขึ้น พร้อมกับเติมดวงดาวน่ารักๆ เพื่อเสริมท่าทางของเธอให้ดูมีลูกเล่นและใส่โทนสีเทาเข้าไปอีกหน่อย เท่านี้เราก็ได้ลายเส้นอนิเมะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

และนี่คือผลลัพธ์สุดท้ายของลายเส้นอนิเมะที่สมบูรณ์แบบ เราได้ไล่เก็บรายละเอียดตั้งแต่ใบหน้า เส้นผม เสื้อผ้า ไปจนถึงมือ

 

หวังว่าข้อมูลจะไม่เยอะเกินไปนะ ทั้งนี้อาจจะดูเฉพาะส่วนที่สนใจได้เสมอ

 

Clip Studio Paint มีเครื่องมือมากมายสำหรับการวาดภาพ อย่าลังเลที่จะลองศึกษาเบื้องลึกดู

 

และท้ายที่สุด ฝึกฝนเยอะๆ นะ!

 

ถ้าชอบบทความนี้ อย่าลืมเข้ามาดูบัญชีโซเชียลมีเดียและพอร์ตของเราได้

 

https://www.instagram.com/eri_duh/
https://www.artstation.com/eridey

 

ขอบคุณที่อ่านนะ!

– Eridey

 

สนใจในการวาดและการออกแบบตัวละคร หรืออยากรู้เส้นทางการเป็นนักออกแบบตัวละครไหม?

ดูได้ที่ลิงก์ด้านล่าง!

คู่มือการวาดและการออกแบบตัวละครสำหรับมือใหม่ที่ดีที่สุด