คู่มือการเลือกโทนสี

คู่มือการสร้างโครงสี

ลำบากกับการเลือกโทนสีและชุดสีอยู่หรือเปล่า? นักวาดคอมมิก Ann Maulina จะอธิบายวิธีจับคู่สีของวัตถุและสิ่งแวดล้อม พร้อมเคล็ดลับทฤษฏีสีอื่นๆ เพื่อภาพวาดที่กลมกลืน!

บทนำ

ชุดสี คือ การจัดเรียงหรือการจับคู่สีที่ใช้ในภาพวาดและการออกแบบ โดยในงานออกแบบ ชุดสีมักถูกใช้เพื่อแสดงสีจริงของวัตถุ (สีของวัตถุหรือวัสดุภายใต้แสงปกติ) ส่วนชุดสีในงานภาพวาดจะถูกใช้เพื่อแสดงอารมณ์หรือบรรยากาศของภาพ นอกจากนี้ สีจริงของวัตถุในงานภาพวาดทั้งหมดจะได้รับผลกระทบจากสีของบรรยากาศในภาพ ตัวอย่างเช่น กระโปรงสีน้ำเงินอมเทาของ Rien ในงานออกแบบตัวละคร (ซ้าย) ดูเป็นสีเขียวอมฟ้าเข้มในภาพวาด (ขวา) เพราะได้รับผลกระทบจากแสงบรรยากาศที่เป็นโทนสีเขียวนั่นเอง

 

ตัวอย่างของโครงสีที่ใช้ในงานออกแบบตัวละครซึ่งแสดงสีในแสงที่เป็นกลาง เปรียบเทียบกับภาพประกอบซึ่งได้รับผลกระทบจากแสงบรรยากาศโดยรอบ อ่านต่อเพื่อดูวิธีหาสีคู่ตรงข้าม

 

นักวาดสามารถเลือกใช้สีได้นับไม่ถ้วนเพียงแค่คลิกเดียว ยังไม่รวมถึงเลเยอร์ปรับแต่งทรงพลังที่เปรียบเสมือนคำตอบของทุกปัญหาเรื่องการลงสี ทั้งนี้ แม้ว่าการใช้ฟีเจอร์อำนวยความสะดวกเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้ แต่ก็ยังมีทั้งกฎที่เราควรทำตามและมองข้ามขณะจับคู่สีเช่นกัน ในบทความนี้ เราจะเริ่มกันที่การอธิบายความรู้พื้นฐานของทฤษฎีสีเพื่อช่วยให้เราเลือกชุดสีและโทนสีสำหรับงานศิลปะได้ดียิ่งขึ้น

 

การเลือกโทนสี

โทนสีที่กลมกลืนกันจะช่วยให้การจับคู่สีดูสวยงามลงตัว อีกทั้งโทนสียังช่วยให้เราสื่ออารมณ์บางอย่างไปยังคนดูได้ด้วย

 

ภาพประกอบตัวละครเดียวกัน แต่ใช้โครงสีต่างกันเพื่อสื่ออารมณ์และบรรยากาศโดยรอบที่ต่างกัน

 

รู้สึกถึงอารมณ์ที่แตกต่างกันในช่องการ์ตูนทั้งๆ ที่ใช้รูปเดียวกันไหม?

 

ทฤษฎีสี

ทฤษฎีสีจะช่วยให้เราเข้าใจเกี่ยวกับการจับคู่สี และความจริงที่ว่าสีไม่ได้เหมือนกับที่เราเห็นเสมอไป

เมื่อสีนั้นอยู่ใกล้กันก็จะเริ่มส่งผลต่อกันและกัน บางสีช่วยเสริมกัน บางสีช่วยให้สีอื่นดูโดดเด่นมากขึ้น ในขณะที่บางสีไม่เข้ากันและทำให้สีทั้งคู่ดูจืดชืด ทฤษฎีสีจะช่วยบอกเราว่า หากเราจัดวางชุดสีตามรูปแบบที่กำหนดในวงล้อสี สีเหล่านี้จะเข้ากันได้อย่างลงตัวเมื่อใช้ร่วมกันในงานศิลปะหรืองานออกแบบ ด้านล่างคือภาพตัวอย่างที่แสดงการจับคู่สีที่มีความกลมกลืนตามหลักทฤษฎีสี

 

จากภาพตัวอย่างนี้ ชุดสีที่ดูเข้ากันอาจดูเหมือนมีจำกัด เพราะมีรูปแบบหลักๆ เพียง 6 ประเภท ได้แก่ ชุดสีเอกรงค์ (Monochromatic) ชุดสีข้างเคียง (Analogous) ชุดสีคู่ตรงข้าม (Complementary) ชุดสีคู่ตรงข้ามแยกข้าง (Split complementary) ชุดสีสามเส้า (Triadic) และชุดสีสี่เส้า (Tetradic)

 

การจับคู่สีของสีบนวงล้อสี ทั้งโครงสร้างสีชุดสีเดียว ชุดสีข้างเคียง ชุดสีคู่ตรงข้าม ชุดสีสามเหลี่ยม และชุดสีสี่เหลี่ยม มีพื้นฐานจากทฤษฎีสีทั้งหมด

 

แต่อย่าลืมว่าชุดสีไม่ได้เกิดจากการจับคู่สีของค่าสี (Hue) เท่านั้น แต่ยังเกิดจากการจับคู่สีของค่าความอ่อน (Intensity)  และค่าความเข้ม (Value) ที่ต่างกันด้วย ตัวแปรทั้งสามนี้เรียกรวมกันว่าคุณลักษณะสามประการของสี (Three properties of color)

 

คุณลักษณะสามประการของสี คือ ค่าสี ค่าความอ่อน และค่าความเข้ม ซึ่งเป็นหัวใจของการสร้างโครงสีสำหรับงานศิลปะ

 

ค่าสี (Hue) คือ “ชื่อ” พื้นฐานของสีนั้นๆ เช่น “ฟ้า” หรือ “เหลือง” ค่าสีในสเปกตรัมโดยทั่วไปจะแสดงเป็น ROYGBIV (แดง ส้ม เหลือง เขียว น้ำเงิน คราม และม่วง)
โดยที่ค่าความเข้ม (Value) หมายถึงความบริสุทธิ์ของค่าสี หรือจะเรียกว่า ความอิ่มตัว (Saturation) หรือ โครมาก็ได้
ค่าความอ่อน (Intensity) คือระดับของความสว่างหรือความมืด ทุกสีจะมีค่าความอ่อนอยู่ เช่น สีแดงที่มีค่าสูงจะเป็นสีแดงสด หรือสีชมพู (ถ้ามีค่าความเข้มข้นน้อย)

 

เมื่อมีตัวแปรทั้งสามนี้ จะช่วยให้เราสร้างชุดสีต่างๆ ได้หลากหลายไม่รู้จบ แต่เอาเข้าจริงเป็นอย่างนั้นจริงๆ เหรอ?

นี่คือตัวอย่างชุดสีที่ฉันใช้ในงานภาพวาด ซึ่งเป็นการจับคู่สีให้เข้ากันตามหลักทฤษฎีสีที่แสดงในกราฟิกด้านบน

 

นี่คือตัวอย่างการใช้พาเล็ตสีแต่ละแบบในภาพประกอบ ตามโครงสีชุดสีสามเหลี่ยม ชุดสีสี่เหลี่ยม ชุดสีคู่ตรงข้าม ชุดสีเดียว และชุดสีข้างเคียง ให้เปรียบเทียบสีคู่ตรงข้ามในแต่ละภาพ

 

จะเห็นได้ว่า นอกจากการจับคู่สีต่างๆ แล้ว ฉันยังเล่นกับค่าความเข้มและอ่อนของสีด้วย แต่ฉันก็มีกฎบางอย่างที่ยึดถือเสมอเมื่อใช้ตัวแปรพวกนี้ ก่อนที่ฉันจะบอก พอจะเห็นรูปแบบนั้นไหม?

 

การจัดเรียงพาเล็ตสีตามระดับค่าความอ่อน จะช่วยให้นำสีไปใช้ในภาพประกอบได้ง่ายขึ้น

 

#1 ข้อนี้เป็นเทคนิคเสริม แต่ฉันจะเรียงชุดสีตามระดับค่าความเข้มเสมอ การทำแบบนี้จะช่วยให้เราจับคู่สีและใช้สีในภาพวาดหรืองานออกแบบได้ง่ายขึ้น เช่น สีเน้นเข้มจะใช้ในงานตัดเส้น และสีไฮไลท์จะใช้สำหรับวาดท้องฟ้า แหล่งกำเนิดแสง หรือเป็นไฮไลท์

 

ปรับแต่งความเข้มและความอิ่มตัวของสีตามโครงสร้างสี ภาพประกอบ หรือตัวละคร

 

#2 ฉันมักจะ (แต่ไม่เสมอไป) ลดความเข้ม/ความอิ่มตัวของสีลง ทุกครั้งที่สีขยับไปทางอ่อนลงหรือเข้มขึ้น พอทำแบบนี้ สีฮาล์ฟโทนจึงมักจะเป็นสีที่มีความอิ่มตัวมากที่สุดในชุดสีของฉัน

#3 และสุดท้าย สิ่งต่อไปนี้คือกฎเหล็กของการใช้สี นี่เป็นกฎที่ต้องทำ ไม่ใช่ตัวเลือกเสริม:

 

“ถ้าต้องการเปลี่ยนค่าความเข้ม ให้ปรับอุณหภูมิสี (ค่าสี) ด้วย!”

เพื่อให้เข้าใจกฎของสีนี้ มาลองสร้างชุดสีแบบชุดสีข้างเคียงกัน!

ตัวอย่างโครงสร้างสีแบบชุดสีข้างเคียงกันมี่ใช้สีเขียวและสีเหลือง

 

● มาเริ่มที่สีเขียวแบบฮาล์ฟโทน (ค่าความเข้ม 50%)

เลือกตัวอย่างสีเขียวในค่าความอ่อน 50% เพื่อใช้เป็นพาเล็ตสีพื้นฐานสำหรับภาพประกอบ

 

● สีที่อยู่ถัดไปจะมีค่าความอ่อนที่สูงหรือต่ำกว่า
กฎหลักของสี คือเมื่อปรับค่าความอ่อนให้สูงขึ้นหรือต่ำลง จะต้องปรับอุณหภูมิสี หรือค่าสีด้วย

 

● นี่คือตำแหน่งของสีเขียวบนวงล้อสีและแถบค่าสี ตามกฎของสี เมื่อค่าความเข้มเปลี่ยน จะต้องปรับอุณหภูมิสี/ค่าสีด้วย แต่ไปในทิศทางไหนกันล่ะ?

ตั้งค่าแสงและเงาของสีให้อยู่ตรงข้ามกันบนวงล้อสี สีคู่ตรงข้ามไหนที่เหมาะกับพาเล็ตสีนี้?

 

● ไม่ว่าค่าสีจะเลื่อนไปทางไหน ต้องจัดทิศทางของแสงและเงาให้อยู่ตรงข้ามกันเสมอ ถ้าเลื่อนค่าสีไปทางขวาที่สว่างขึ้นก็ต้องปรับเฉดสีฝั่งที่มืดไปทางซ้าย ทำสลับกันแบบนี้เสมอ
ตัวอย่างวงล้อสีการเลื่อนค่าสีของสีเขียว เพื่อให้สีเป็นโทนอุ่นขึ้นหรือเงาและแสงที่มีสีต่างกัน

● นี่ทำให้เรามีสองทางเลือก: แสงโทนอุ่น กับ เงาโทนเย็น หรือ แสงโทนเย็น กับ เงาโทนอุ่น

ในครั้งนี้ เราจะใช้ แสงโทนอุ่น กับ เงาโทนเย็น กัน โดยเริ่มจากฮาล์ฟโทน เพิ่มค่าความเข้มและเลื่อนค่าสีไปทางขวาของวงล้อสี หรือขยับไปทางสีเหลือง (บนแถบเลื่อนค่าสี) ก็จะได้ ฮาล์ฟโทนสว่าง ออกมา จากนั้นให้ลดค่าความเข้มลงเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติ
เพิ่มอีกสีหนึ่งในโครงสีหรือพาเล็ตสำหรับภาพประกอบโดยการเลื่อนค่าสี

 

● ทำแบบเดิมเพื่อให้ได้สี โทนสว่าง และ ไฮไลท์

ใช้ทฤษฏีเดียวกันเพื่อสร้างไฮไลท์และโทนเพิ่มเติมให้กับพาเล็ตสี

ตอนนี้เราก็มีสีสำหรับพาเล็ตทั้งหมดสี่สี แค่เลื่อนค่าสีไปทางขวาเพื่อทำสีไฮไลท์

 

● จากฮาล์ฟโทน ลดค่าความเข้มและเลื่อนค่าสีไปทางซ้าย ก็จะได้ฮาล์ฟโทนมืด
ใช้ทฤษฏีเดียวกันนี้ เมื่อเลื่อนค่าสีไปด้านซ้ายเพื่อสร้างสีเพิ่ม

 

● ทำส่วนที่เหลือด้วยวิธีเดียวกัน จนได้ชุดสีที่สมบูรณ์
เพิ่มสีในพาเล็ตอีกหน่อย เพียงเท่านี้โครงสีก็พร้อมสำหรับงานศิลปะแล้ว!

 

● ค่าความเข้ม ค่าความอ่อน และการเลื่อนค่าสีตามที่แสดงในวงล้อสีของ CSP:

 

วงล้อสีใน Clip Studio Paint จะเลื่อนค่าความอ่อน ค่าความเข้ม/ความอิ่มตัว และค่าสีตามสีที่เลือก

 

 

● เปรียบเทียบชุดสีที่ใช้แสงโทนอุ่นกับแสงโทนเย็น โดยใช้สีฮาล์ฟโทนเดียวกัน โครงสีที่ใช้แสงโทนเย็นเหมาะกับสภาพแวดล้อมที่มืดมากกว่า
สีฮาล์ฟโทนเดียวกันสามารถสร้างแสงโทนอุ่นและโทนเย็นได้ ขึ้นอยู่กับวิธีการเลื่อนค่าสีและค่าความเข้ม

 

● ชุดสีคู่ตรงข้าม: เพียงแค่หยิบสีใดสีหนึ่งในชุดสีข้างเคียง (Analogous) ที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ เอามาแทนที่ด้วยสีคู่ตรงข้าม (Complementary) เพียงเท่านี้ก็จะได้ชุดสีคู่ตรงข้ามที่ลงตัวแล้ว ตัวอย่างเช่น สีคู่ตรงข้ามของสีเขียวก็คือสีม่วงแดงนั่นเองสีคู่ตรงข้ามคืออีกวิธีหนึ่งในการสร้างโครงสีที่สวยงามสำหรับงานศิลปะ

 

● ระยะห่างของค่าความเข้ม: ในตัวอย่างด้านบน ฉันใช้ระยะห่างของค่าความเข้มแบบคงที่สำหรับตัวอย่างสีแบบทีละขั้นด้านบนนี้ แต่เราสามารถลองปรับเปลี่ยนระยะห่างให้หลากหลายขึ้นได้ เพื่อสร้างอารมณ์ของภาพที่แตกต่างออกไป
ระยะห่างของค่าความอ่อนที่ต่างกันสามารถสร้างโครงสีที่หลากหลาย ซึ่งถ่ายทอดอารมณ์และพาเล็ตที่ต่างกันไปให้กับงานศิลปะ

 

เคล็ดลับ

#1 ใช้วงล้อสี RYB เมื่อเลือกชุดสี เราจะใช้ทฤษฎีสีได้ดีที่สุดด้วยวงล้อสี RYB แบบดั้งเดิม วงล้อสีส่วนมากในซอฟท์แวร์วาดภาพจะเป็น RGB

 

ใช้สีแดง เหลือง และน้ำเงินแบบดั้งเดิม หรือวงล้อสี RYB เพื่อเลือกโครงสี

 

สี RYB เกิดจากการผสมสามสีหลักซึ่งก็คือ แดง เหลือง และน้ำเงิน วงล้อสีนี้ถูกใช้ในการวาดระบายสีแบบดั้งเดิมเพื่อผสมสี
สี RGB เกิดจากการผสมแสงสีแดง เขียว และน้ำเงิน ซึ่งมักใช้ในโคมไฟ จอแสดงผล และทีวี
สี CMYK มีพื้นฐานมาจากการผสมสีของหมึกที่ใช้ในการพิมพ์ดิจิทัล

 

#2 อย่าใช้สี (ค่าสี) ในปริมาณเท่าๆ กัน ให้เลือกสีหนึ่งเป็นโทนหลักของบรรยากาศ และใช้สีอื่นเป็นสีเน้นหรือสีคู่เสริมในงานศิลปะ

ตัวอย่าง

เลือกสีหลักสำหรับงานศิลปะ แล้วสร้างพาเล็ตที่เหมาะกับโครงสีและอารมณ์ที่ต้องการสำหรับภาพประกอบหรือตัวละครนั้นๆ ให้ลองใช้การจับคู่สีแบบชุดสีสามเหลี่ยม หรือชุดสีสี่เหลี่ยมดู

 

#3 ลองจินตนาการว่าสีเป็นเสียงในห้องๆ หนึ่งดู ถ้าทุกเสียงดังเท่ากันหมดและมีหลายเสียงมากเกินไป ก็จะไม่กลมกลืนกัน ลองปล่อยให้สีดูสงบขึ้นด้วยความสดที่ต่ำ (เหมือนเสียงเบาๆ) หรืออาจให้มีเสียงดังเพียงเสียงเดียวและเสียงอื่นถูกลดเสียงลง

 

อีกหนึ่งเคล็ดลับในการสร้างพาเล็ตสีคือ สร้างความกลมกลืนให้กับสีในภาพประกอบหรือตัวละครด้วยสีหม่นหรือเน้นสีสดเพียงสีเดียว

 

สรุป

 

สนุกไปกับการสร้างพาเล็ตสีและโครงสีสำหรับตัวละคร โดยใช้หลักทฤษฎีสีและวงล้อสีในงานภาพประกอบ!

แค่เพียงใช้กฎพื้นฐานของโทนสีเป็นประจำ เราก็สามารถสร้างชุดสีที่สวยงามสำหรับศิลปะได้ ขอให้สนุก!

 

Ann Maulina เป็นนักวาดคอมมิกจากอินโดนีเซีย คอมมิกของเธอ คือ Raruurien (www.raruurien.com) และ Varunair เธอยังทำงานเป็นนักวาดภาพคอนเซ็ปต์เป็นบางครั้งด้วย เธอสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีสาขาออกแบบนิเทศศิลป์ ทำให้เธอได้เปรียบอย่างมากในการทำงานด้านศิลปะและออกแบบ เธอสนุกกับการสร้างงานศิลปะไปพร้อมกับการทดลองใช้สีที่ดูมีพลังและกลมกลืนกัน พบกับเธอได้ที่:

 

สนใจในการวาดและการออกแบบตัวละคร หรืออยากรู้เส้นทางการเป็นนักออกแบบตัวละครไหม?
ดูได้ที่ลิงก์ด้านล่าง!

คู่มือเบื้องต้นฉบับสมบูรณ์สำหรับภาพคอนเซ็ปต์